วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 09, 2556

คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร ข้อมูล ข้อมูลการเข้าศึกษา


มารู้จัก คณะโบราณคดี
ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
ชื่ออังกฤษ             Faculty of Archaeology, Silpakorn University
ที่อยู่                        31 ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ10200
วันก่อตั้ง                12 มิถุนายน พ.ศ. 2498
วารสาร                  ดำรงวิชาการ
สีประจำคณะ        สีม่วง

สัญลักษณ์             พระพิฆเนศวร์
เว็บไซต์
                 archae.su.ac.th
ประวัติความเป็นมา
มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ตั้งคณะโบราณคดีขึ้นเป็นคณะวิชาที่ 3 ของมหาวิทยาลัยเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ.2498 โดยมีจุดมุ่งหมายหลักให้เป็นคณะวิชาที่ผลิตครูอาจารย์และนักโบราณคดีรวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานโบราณคดี เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในกองโบราณคดีของกรมศิลปากรหรืองานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การอนุรักษ์ โบราณวัตถุโบราณสถานของประเทศ หลักสูตรและการเรียนการสอนในคณะโบราณคดีระยะแรกสุดนั้น เป็นหลักสูตรอนุปริญญา 3 ปีที่เน้นด้านการผลิต นักวิชาการสาขาโบราณคดีเท่านั้นจึงมีการปรับปรุง อย่างต่อเนื่อง มาโดยตลอด
ปรัชญา  "ศึกษามนุษย์ ขุดค้นก้าวหน้า ภาษาเชี่ยวชาญ สืบสานศิลปวัฒนธรรม"
ปณิธาน
1.            ผลิตบัณฑิตในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกที่เป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีทักษะในการทำงานในสาขาวิชาที่เรียน ควบคู่กับการเป็นผู้รอบรู้ที่มีคุณธรรมซึ่งพร้อมที่จะเสียสละประโยชน์ตนเองเพื่อส่วนรวม
2.            มีระบบฐานข้อมูลขององค์ความรู้ด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทยทั้งสมัยอดีตและปัจจุบัน ที่เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และสามารถให้บริการแก่ประชาคม ทั้งภายในและภายนอกคณะโบราณคดีได้อย่างสะดวกและรวดเร็วทำให้สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุดต่อวิชาการหลากหลายสาขาทั้งด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศิลปะ และวิทยาศาสตร์
3.            ผลิตงานวิชาการสาขาต่างๆ ในหลายลักษณะออกเผยแพร่อย่างสม่ำเสมอเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทย
4.            ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทยและให้บริการวิชาการแก่สังคม
5.            เผยแพร่ความรู้แก่สังคมอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้เป็นที่ยอมรับจากประชาคมทั้งภายในและภายนอกว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่ทรงคุณค่าของประเทศ และสร้างประโยชน์สูงมากให้ประเทศไทย

หลักสูตรการศึกษา
ระดับปริญญาบัณฑิต
หลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตที่ใช้ในปัจจุบันมี 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรศิลปะศาสตร์บัณฑิต พ.ศ.2536ผู้ที่สำเร็จการศึกษาทุกสาขาวิชาเอกของคณะโบราณคดีตามหลักสูตรนี้ ต้องสอบได้ไม่น้อยกว่า 140 หน่วยกิต
และหลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต พ.ศ.2546 ได้เริ่มใช้กับนักศึกษาที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2546ผู้สำเร็จการศึกษาทุกสาขาวิชาเอกต้องสอบได้ไม่น้อยกว่า 144 หน่วยกิต การศึกษาระดับปริญญาบัณฑิตของคณะโบราณคดี จำนวน 7 สาขาวิชาเอก คือ
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเอกโบราณคดี
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเอกประวัติศาสตร์ศิลปะ
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเอกมานุษยวิทยา
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเอกภาษาไทย
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเอกภาษาตะวันออก
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเอกภาษาอังกฤษ
หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเอกภาษาฝรั่งเศส
และ 11 สาขาวิชาโท คือ
1.             สาขาวิชาโบราณคดี
2.             สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ
3.             สาขาวิชามานุษยวิทยา
4.             สาขาวิชาภาษาไทย
5.             สาขาวิชาภาษาตะวันออก
6.             สาขาวิชาภาษาอังกฤษ
7.             สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศส
8.             สาขาวิชาประวัติศาสตร์
9.             สาขาวิชาพิพิธภัณฑสถานศึกษา
10.      สาขาวิชาภาษาฮินดี
11.      สาขาวิชาโทมัคคุเทศก์
ระดับบัณฑิตศึกษา
ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต คือ หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต
สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะไทย
ระดับปริญญามหาบัณฑิต จำนวน 12 หลักสูตร คือ
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยวิทยา
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจารึกภาษาไทย
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาสันสกฤต
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเขมรศึกษา
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการจดหมายเหตุและเอกสาร
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ระดับปริญญามหาบัณฑิต (โครงการพิเศษ) จำนวน 5 หลักสูตร คือ
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรม
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาและการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรม
หลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสเพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
 ระดับปริญญาดุษฎีบัณฑิต จำนวน 4 หลักสูตร คือ
หลักสูตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาสันสกฤต
หลักสูตรศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาภาษาเขมร
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาโบราณคดีสมัยประวัติศาสตร์
หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ศิลปะไทย


วิธีการเข้าศึกษาในระดับปริญญาบัณฑิต
รูปแบบที่ 1 พื้นฐานวิทยาศาสตร์
                GPAX 20%, O-NET 20%, GAY 40%, PAT 1=20%
รูปแบบที่ 2 พื้นฐานศิลปกรรมศาสตร์
                2.1 GPAX 20%, O-NET 20%, GAT 60%
                2.2 GPAX 20%, O-NET 20%, GAT 40%, PAT 7=20%
 * อาจมีการปรับค่า O-NET, GPAX, GAT-PAT ตามปีการศึกษา

การประกอบอาชีพ
 คณะโบราณคดีมีจุดมุ่งหมายหลักให้เป็นคณะวิชาที่ผลิตครูอาจารย์และนักโบราณคดี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานโบราณคดีเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในกองโบราณคดี ของกรมศิลปากร หรืองานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโบราณคดี
         นอกจากนี้ผู้ที่เรียนเอกอื่นด้านภาษาก็ยังสามารถประกอบอาชีพอื่นๆ ได้ เช่น มัคคุเทศก์ นักเขียน นักเขียนสารคดี พนักโรงแรม พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ประชาสัมพันธ์ นักข่าว อาจารย์สอนภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส ฯลฯ อีกด้วย

วันเสาร์, มกราคม 26, 2556

นาซาเตือนรับมือมวลสารโคโรน่าพุ่งชนโลก กระทบระบบสื่อสาร-ไฟฟ้า

ก้อนมวลสารโคโรน่า

          นาซา ชี้ ก้อนมวลสารโคโรน่า (CME) จากดวงอาทิตย์ จะพุ่งชนโลกภายใน 1 - 3 วัน อาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าของโลกรวมถึงระบบดาวเทียมมีปัญหา เตือนประเทศต่าง ๆ เตรียมรับมือ

          เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่ผ่านมา เว็บไซต์ขององค์การนาซา หรือ สำนักงานบริหารอวกาศและการบินแห่งชาติสหรัฐฯ ได้รายงานว่าจากการศึกษาและวิจัยด้วยวิธีการสังเกตการณ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างแสงอาทิตย์ในชั้นบรรยากาศและผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของโลก ได้พบว่า เกิดอนุภาคพลังงานสูงจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากกลดสุริยะ หรือ โคโรน่า ของดวงอาทิตย์ เป็นเหตุให้เกิดก้อนมวลสารโคโรนา (CME) จำนวนมหาศาลจากดวงอาทิตย์ กำลังมุ่งหน้ามายังโลกของเราด้วยความเร็วสูง ราว 375 ไมล์ต่อวินาที และคาดว่าจะถึงชั้นบรรยากาศของโลกภายใน 1 - 3 วันข้างหน้า พร้อมเตือนประเทศต่าง ๆ เตรียมหาทางรับมือกับผลกระทบที่จะตามมา

          ด้านผู้เชี่ยวชาญด้านดวงอาทิตย์ของนาซา ระบุว่า ซีเอ็มอีซึ่งเกิดจากอนุภาคพลังงานสูงจำนวนมากที่พุ่งออกมาจากโคโรนาของดวงอาทิตย์นั้น สามารถเทียบได้กับระเบิดปรมาณูที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้ทำลายเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นับแสนล้านลูก และเมื่อซีเอ็มอีเคลื่อนตัวพุ่งเข้ามาปะทะกับชั้นสนามแม่เหล็กของโลก หรือ "แมกนีโทสเฟียร์" จะส่งผลให้เส้นแรงแม่เหล็กของโลกเกิดการยุบตัวลง และอาจก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "พายุแม่เหล็กโลก" ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อระบบส่งกำลังไฟฟ้าผ่านสายไฟฟ้าบนพื้นโลกทำให้อาจไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และอาจทำให้เกิดปัญหาไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างในพื้นที่หลายส่วนของโลก นอกจากนั้น พลังงานจากซีเอ็มอี ยังสามารถทำลายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนดาวเทียม หรือยานสำรวจอวกาศต่าง ๆ รวมถึงระบบนำทางจีพีเอสได้
ขอบคุณ unigang

วันศุกร์, มกราคม 25, 2556

วันเสาร์, มกราคม 12, 2556

กาแฟมีประโยชน์ หรือโทษอย่างไรต่อสุขภาพ?


 หลายคนจะดื่มกาแฟในตอนเช้า แทนอาหารเช้าไปเลย แต่บางคนก็ดื่มรอบบ่ายอีก แล้วคุณรู้ไหมว่ากาแฟนั้นสำคัญกับร่างกายมากน้อยแค่ไหน หรือว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพคนเราหรือไม่

         ปัจจุบันการดื่มกาแฟเป็นที่นิยมการอย่างแพร่หลายตามปั้มน้ำมัน ตามห้างสรรพสินค้ามีการขายอย่างมากมาย จะเห็นได้ว่ากาแฟเป็นส่วนหนึ่งหรือบางคนอาจจะเป็นส่วนสองส่วนสามของชีวิตประจำวัน แต่จะมีใครกังวลหรือไม่ว่าที่เราดื่มทุกวันวันละหลายแก้วแล้วมันมีโทษ หรือคุณประโยชน์อะไรบ้าง หากคุณเป็นคอกาแฟคุณควรจะอ่านบทความนี้
ส่วนประกอบที่สำคัญของกาแฟ

         ส่วนประกอบที่สำคัญของกาแฟคือ caffeine หรือมีชื่อทางเคมีว่า 1,3,7 trimethylxanthine ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของยาขยายหลอดลม theophylline caffeine สามารถพบได้ในหลายชนิดได้แก่ เมล็ดคา เมล็ดกาแฟ ใบชา โคลา caffeine ถูกผสมลงในน้ำอัดลม ยาแก้หวัดบางชนิด ยาแก้ปวด ยาลดน้ำหนัก

         กาแฟจะถูกดูดซึมอย่างรวดเร็วหลังจากที่เราดื่มกาแฟและจะถูกขับออกไปครึ่งหนึ่งในเวลาประมาณ 4 ชั่วโมงกาแฟจะไม่สะสมในร่างกาย โดยจะถูกทำลายและขับออกหมด ผู้ที่สูบบุหรี่จะมีการขับถ่ายกาแฟมากกว่าผู้ที่ไม่สูบ ดังนั้นคนที่สูบบุหรี่หากต้องการ การกระตุ้นของกาแฟ จะต้องดื่มกาแฟบ่อยกว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่ คนท้องและผู้ที่กินยาคุมกำเนิดจะมีการขับกาแฟน้อยกว่าคนทั่วไป กาแฟจะออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นสมอง ทำให้รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิ
ปริมาณ caffeine ที่มีในเครื่องดื่มแต่ละชนิดขึ้นกับความเข้มข้น ตารางข้างล่างเป็นตัวอย่างปริมาณกาแฟ

Milligrams of Caffeine และชนิดของเครื่องดื่ม  
           
         นักวิทยาศาสตร์ประมาณว่าวันหนึ่งๆ เราจะรับสาร caffeine ประมาณ 250-600 มก. ซึ่งไม่เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกาย

ผลดีของกาแฟ

         กาแฟจะกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางทำให้ไม่ง่วง สมาธิในการทำงานดีขึ้น ผู้ที่ดื่มกาแฟจะทำให้ไม่ง่วงนอน มีสมาธิในการทำงาน และยังทำให้ความสามารถในการทำงานดีขึ้น และยังลดอาการปวดเมื่อยเนื่องจากไข้หวัด

         ผลต่อสมรรถภาพของร่างกายดีขึ้น เช่นการขี่จักรยาน การว่ายน้ำ เล่นกีฬาได้นานขึ้น

         ผลดีของกาแฟจะทำให้ไม่ง่วงนอน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเป็นกะ และช่วยลดอุบัติเหตุขณะขับรถ

         กระตุ้นอวัยวะของร่างกายและเพิ่มการเผาผลาญไขมันและช่วยลดน้ำหนักได้ด้วย กาแฟจะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะอ่อนๆ ดังนั้นขณะออกกำลังกายหรือหลังออกกำลังกายไม่ควรรับเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาแฟ เพราะจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ

ดื่มนานๆ จะติดกาแฟหรือไม่

         องค์การอนามัยโลกกล่าวว่า ไม่มีหลักฐานว่ากาแฟจะเป็นสารซึ่งหากดื่มนานๆ แล้วจะเสพติด การดื่มกาแฟจะเป็นนิสัยมากกว่าเสพติด เนื่องจากไม่จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณของกาแฟ และเมื่อหยุดกาแฟบางคนก็เกิดอาการปวดหรือมึนศีรษะเพียงเล็กน้อย

ผลดีของกาแฟต่อสุขภาพ

         โรคหอบหืด มีรายงานว่าการดื่มกาแฟวันละ 3 แก้ว จะลดอาการหอบหืด หากดื่มมากกว่า 6 แก้ว การทดสอบสมรรถภาพปอดจะดีขึ้น

         กาแฟก็เหมือนกับพืชอื่นๆ มีสาร flavanoid ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

         การดื่มกาแฟจะลดอาการง่วงนอน และทำให้มีสมาธิในการทำงานดีขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเป็นกะ และลดอุบัติเหตุขณะขับขี่

         กาแฟช่วยลดอาการซึมเศร้าและคลายความวิตกกังวล

         การดื่มกาแฟเป็นประจำจะลดอุบัติการณ์การเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะ และยังลดอุบัติการณ์ของนิ่วในถุงน้ำดี

         มีหลักฐานพอจะเชื่อว่าการดื่มกาแฟจะป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อดื่มวันละ 4 แก้ว

กาแฟกันสุขภาพสตรี

         กาแฟกับการตั้งครรภ์ The Food Standards Agency ก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่าการดื่มกาแฟจะเป็นผลเสียต่อการตั้งครรภ์ แต่จากหลักฐานยังไม่พบผลเสียดังกล่าว ประเทศอังกฤษได้แนะนำว่าการดื่มวันละ 3-4 แก้ว ขณะตั้งครรภ์ไม่เกิดผลเสีย สำหรับผู้ที่ตั้งท้องหากงดได้ก็น่าจะงด

        การเป็นหมัน พบว่าหากดื่มกาแฟมากกว่า 1 แก้ว จะมีโอกาสเกิดการเป็นหมันเพิ่มขึ้น

กาแฟกับโรคกระดูกพรุน

         ยังมีรายงานทั้งสนับสนุนว่าการดื่มกาแฟทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน บางรายงานก็กล่าวว่าไม่เกิดโรค ผู้ที่เกิดโรคกระดูกพรุนมักจะได้รับแคลเซียมไม่พอ แนะนำว่าควรจะดื่มนมเพิ่ม สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 2 แก้วขึ้นไป

กาแฟกับโรคมะเร็ง

         มีรายงานจาก World Cancer Research Fund ว่าการดื่มกาแฟปริมาณปานกลางไม่มีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง

         มีรายงานกล่าวว่าการดื่มกาแฟมีผลดีต่อการป้องกันมะเร็งตับอ่อนเล็กน้อย

         มีรายงานว่าการดื่มกาแฟอาจจะมีผลป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

กาแฟกับโรคหัวใจ

         เท่ามีรายงานขณะนี้พบว่าการดื่มกาแฟวันละ 4 แก้ว ไม่มีความสัมพันธ์กับโรคหัวใจ

         การดื่มกาแฟเป็นประจำไม่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น การดื่มกาแฟครั้งแรกจะทำให้ความดันขึ้นชั่วคราว

กาแฟกับโรคเบาหวาน

         จากการศึกษาพบว่า การดื่มกาแฟจะทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินเพิ่มขึ้น 15 % กรดไขมันในเลือดเพิ่มขึ้น ฮอร์โมน epinephrine เพิ่มสูงขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลเสียต่อผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
 









วันอาทิตย์, ธันวาคม 30, 2555

États membres de l’Union européenne


Berlin est la capitale de l’Allemagne. On parle allemand en Allemagne.
Vienne est la capitale de l’Autriche. On parle allemand en Autriche.
Bruxelles est la capitale de la Belgique. On parle français , néerlandais , allemand en Belgique.
Sofia est la capitale de la Bulgarie. On parle bulgare en Bulgarie.
Nicosie est la capitale de Chypre. On parle grec et turc en Chypre.
Copenhague est la capitale de la Danemark. On parle danois en Danemark.
Madrid est la capitale de l’Espagne. On parle espagnol en Espagne.
Tallinn est la capitale de l’Estonie. On parle estonien en Estonie.
Helsinki est la capitale de la Finlande. On parle finnois et suédois en Finlande.
Paris est la capital de la France. On parle français en France.
Athènes est la capital de la Grèce. On parle grec en Grèce.
Budapest est la capitale de l’Hongrie. On parle hongrois en Hongrie.
Dublin est la capital de la Irlande. On parle irlandais et anglais en Irlande.
Rome est la capital de la Italie. On parle italien en Italie.
Riga est la capital de la Lettonie. On parle letton en Lettonie.
Vilnius est la capital de la Lituanie. On parle lituanien en Lituanie.
Luxembourg est la capital du Luxembourg. On parle luxembourgeois, français et allemand en Luxembourg.
La Valette est la capital de Malte. On parle maltais et anglais à Malte.
Amsterdam est la capital de les Pays-Bas. On parle néerlandais aux Pays-bas.
Varsovie est la capital de la Pologne. On parle polonais en Pologne.
Lisbonne est la capital du Portugal. On parle portugais en Portugal.
Prague est la capital de la République tchèque. On parle tchèque en République tchèque.
Bucarest est la capital de la Roumanie. On parle roumain en Roumanie.
Londres est la capital du Royaume-Uni. On parle anglais au Royaume Uni.
Bratislava est la capital de la Slovaquie. On parle slovaque en Slovaquie.
Ljubljana est la capital de la Slovénie. On parle slovène en Slovénie.
Stockholm est la capital de la Suède. On parle suédois en Suède.



วันเสาร์, ธันวาคม 29, 2555

สตาลิน


สตาลิน (Josif Dzhugashvili Stalin)

stralin.jpg (5216 bytes)               
 เลนิน เรียก โยซิฟ ยูกาชวีลี สตาลิน ว่ามนุษย์เหล็กกล้า เนื่องจากเขาเป็นคนใจแข็งและเยือกเย็น ในยามที่มีอันตราย สตาลิน เป็นนักปฎิวัติ เขาเคยถูกจำคุกและเนรเทศไปไซบีเรีย แต่หลบหนีได้ และต่อมาได้ร่วมกับเลนินและพรรคบอลเชวิก
               สตาลิน เป็นผู้นำการปฎิวัติ ในปี ค.ศ. 1917 ซึ่งนำไปสู่การกำเนิดของรุสเซียใหม่ สหภาพโซเซียลิสต์ หลังมรณกรรมของเลนิน สตาลินได้เป็นประมุขรัฐบาล เขามุ่งหวังจะเปลี่ยนประเทศรุสเซียจากประเทศเกษตรกรรม เป็นประเทศอุตสาหกรรม โดยดำเนินการไปตามลำดับโครงการห้าปี เขายังดำเนินการกวาดล้างต่างๆ ประชาชนเป็นพันๆคน ผู้ที่ต่อต้านเขา ถูกขังคุก หรือ ประหาร
               ในสงครามโลกครั้งที่2 สตาลินป้องกันรุสเซีย ไว้จากการรุกรานของพวกนาซีเยอรมัน   ในปี ค.ศ. 1941 หลังสงครามเขาได้ปกครองอย่างทารุณกระทั่งมรณะกรรมของเขา เขาเป็นคนโหดร้าย แต่ในเวลาที่เขาตายลง รุสเซีย ได้กลายเป็นประเทศอภิมหามหาอำนาจของโลกประเทศหนึ่ง.

การ์ตีเย


การ์ตีเย (Jacques Cartier)

            
    
ในปี ค.ศ. 1534 ชาก การ์ตีเย นักเดินเรือชาวฝรั่งเศส ได้พยายามทีจะค้นหาเส้นทางเดินเรือสายตะวันตกเฉียงเหนือ อ้อมอเมริกาเหนือไปยังประเทศจีน แต่ไม่สำเร็จ
                 ในปี ค.ศ.1536 จึงเดินทางกลับ และได้ค้นพบและสำรวจอ่าวเซนต์ลอเรนว์ กับแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์ เขาได้เรียนรู้จากอินเดียแดงเผ่าหนึ่งว่า เขากำลังอยู่ในดินแดนที่พวกเขาเรียกว่า แคนาดา การ์ตีเยเดินทางไปตามแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์ เข้าไปไกลในแผ่นดินจนถึงที่ซึ่งในปัจจุบันนี้เรียกว่า นครมอนตรีออล เมืองหลวงของมณฑลควิเบก.

ขอบคุณเนื้อหจาก บ้านจอมยุทธ์